...ชาวบ้านต่างตะโกนเรียกให้คนที่อยู่ใกล้ๆ ลำธารรีบออกมา ผมเข้าใจในความกลัว และความทรงจำอัปยศที่พวกเขาได้ประสพ ไม่นานน้ำขุ่นข้นก็มาแทนที่ และใหลเชี่ยวแรง ซากกิ่งไม้ล้มมากมายเริ่มขยับตามแรงกระแทก ผมยืนรอช่างภาพอีกคน ที่ลงไปสำรวจความเสียหายด้านล่างด้วยความกังวล
"เสียงมันลั่นเหมือนเสียงฟ้าผ่า จากนั้นก็เป็นเสียงตูม ตูม โครมคราม ผสมเสียงไม้ล้มกระแทกกัน ดังสนั่นหวั่นไหว แผ่นดินสะเทือน เห็นต้นไม้ค่อยๆ ไหลลงมา พลังของมันยังสามารถพลิกต้นไม้ให้หมุนตลบ กระแทกหินดินเนินให้แหลกสลาย เป็นก้อนโคลนขนาดมหึมา ชาวบ้านแตกตื่นวิ่งหนีกันคนละทิศละทาง"
นั่นเป็นคำบอกเล่าของชาวบ้านกรุงชิงคนหนึ่ง ที่ยังมีความกลัวปรากฎให้เห็นบนสีหน้าและแววตา ตอนท้ายของบทสนทนา เขาได้เปรยกับผมว่า คงเป็นบาปกรรมที่ตัวเองได้กระทำไว้ จึงได้รับผลกระทบเช่นนี้ ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า ความกลัวที่คลุกเคล้าด้วยทะเลโคลน และเศษซากต้นไม้ ลอยเข้าไปกระแทกในหัวใจของพี่ชายคนนี้เข้าอย่างจัง
พี่สำราญ คือ อีกหนึ่งชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากวิบัติภัยธรรมชาติในครั้งนี้ หลังจากเห็นบ้านโดนกระแทกจนเสาพังเอียงไปข้างหนึ่ง จึงตัดสินใจพาครอบครัวลงมาจากเขา ภรรยาพร้อมลูกน้อยที่คลอดมาได้แค่ 4 เดือน ชื่อน้องข้าวฟ่าง กับลูกชายวัยแปดขวบ และลูกสาววัยประมาณ 12 ขวบอีกหนึ่งคน ลูกสาวคนโตไม่ได้อยู่บ้านไปทำงานอยู่ที่เกาะสมุย บ้านพี่สำราญอยู่บนเขาสูง ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องอุ้มลูกน้อยเดินเท้าลงมาร่วม 20 กิโลเมตร บนพื้นที่ลาดชันและชุ่มโคลน ลูกชายตัวน้อยคอยช่วยหอบกระเป๋าใบเล็กได้ พี่สำราญบอกว่า แกมีร่างกายที่แข็งแรงเพราะเป็นเด็กชายที่เกิดและโตบนเนินเขา ชาวบ้านยังสงสัยว่า แกสามารถพาลูกน้อยฝ่ากระแสโคลนมาได้อย่างไร พี่สำราญเป็นชาวสวน ปลูกทั้งกาแฟและพืชผักผลไม้อื่นๆ ก็ยังไม่สามารถสร้างความสุขสบายให้กับครอบครัวได้ จึงตัดสินใจมาปลูกยางพารา ลูกสาวคนโตต้องออกโรงเรียนมา เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ ช่วยทำสวน เลี้ยงน้อง จนวันหนึ่งสวนยางที่ปลูกไว้ก็ได้เก็บผลผลิต ผมเข้าใจในคำของแกที่บอกได้เป็นอย่างดีว่า เพิ่งได้ลืมตาอ้าปาก แต่วันนี้ทุกอย่างพังทลายด้วยดินแดงจากภูเขา ที่นิ่มละลายกลายเป็นก้อนโคลนมหึมา พรากความฝันและความหวังของแกไป น้องข้าวฟ่าง ลูกน้อยวัย 4 เดือนของแกเป็นสิ่งสวยงาม ท่ามกลางความชอกช้ำที่คละคลุ้งทั่วศูนย์อพยพแห่งบ้านนพพิตำ ณ เวลานี้
ป่าไม้ สายน้ำและภูเขา คือหนึ่งเรื่องราวความประทับใจในวัยเด็กของผมที่ยังคงแข็งแรงในจิตวิญญาณ ลำห้วย ลำธารใสที่เคยได้ดื่มกินในวัยเด็ก สวยงามไม่รู้ลืม พ่อแม่คือชาวบ้านที่เคยแบกขวาน แบกจอบเสียม แปรสภาพจากป่าไม้เป็นสวนยางพารา คำของพี่ชายในวัยเยาว์วันนั้นยังก้องอยู่ในหู การทำสวนยางพาราคือการปลูกป่าทดแทน ผมเข้าใจและเชื่อไปตามนั้น จนเติบโตมาและเข้าใจว่าคำของพี่ชายก็จำมาจากโรงเรียน ความเข้าใจซึ่งเป็นไปตามวัยที่เรายังเขลาด้วยกันทั้งคู่ บัดนี้ ความทรงจำบทใหม่เกี่ยวกับป่าและภูเขาได้ถูกบันทึกลงในหัว ยังไม่อาจสรุปว่ามันคือความโหดร้ายหรือความเมตตาต่อมวลมนุษย์
วินาทีที่ผมได้ขึ้นบินไปกับเฮลิคอปเตอร์ของทหาร มองลงมาพร้อมบันทึกภาพเบื้องล่าง ผมเห็นเทือกเขาช่างกว้างใหญ่ จนทำให้ชีวิตมนุษย์น้อยกลายเป็นเศษเสี้ยวของธรรมชาติ แต่ผลิตผลจากแรงกายของมนุษย์ที่กระทำลงไปต่อธรรมชาติ ก็ไม่สามารถปกปิดได้ สวนยางพาราและสวนปาล์มเรียงรายกระจายทั่วทั้งภูเขา ใบไม้ชูช่อเป็นแถวเป็นแนว กินพื้นที่ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างใหญ่ บ้างถูกไถไว้โล่งเตียน ปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์ไม่ได้ยำ่ยีธรรมชาติ ถึงแม้ปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่มีท่อนซุงเกลื่อนกลาด มีเพียงเศษซากต้นไม้ ลอยมาทั้งต้นทั้งราก ซึ่งแท้จริงมันสามารถบ่งบอกได้ว่า การแปรสภาพจากป่าใหญ่นั้นมีมาอย่างยาวนาน หน้าดินถูกเปิดให้บอบบางไร้สิ่งปกคลุม เมื่อสวนยางครบอายุก็ต้องถูกตัดขายเพื่อปลูกใหม่ หรือไม่ก็เปลี่ยนสภาพเป็นสวนปาล์ม ซึ่งมีระยะห่างเป็นแนว ไม่ได้สวยงามเหมือนการแทงยอดและแทงรากออกมาอย่างเสรีโดยตัวมันเอง ซึ่งจะช่วยครอบคลุมพื้นที่หน้าดินแทบทุกตารางเมตรได้ ผมเห็นเส้นทางของดินที่ถล่ม ลื่นไหล เป็นแนวร่องชัดเจนทั่่วภูเขา จากจุดเล็กบนยอดค่อยขยายกว้างใหญ่ที่ฐาน นั่นหมายความว่าชั้นดินที่ใหลค่อยสะสมปริมาณและกำลัง ฉุดกระชากทุกอย่างรวมเป็นก้อน ผสมกับน้ำหนักที่ไหลลงจากที่สูง นั่นคือพลังมหาศาลเกินกว่ามนุษย์จะต้านทานได้ |