MEMOIR - FLOOD
shutter-j.com
  Home bl Editor's Note bl Aticle bl News bl Technic bl J-Movement bl Board bl Stock Photos bl About Us bl Contact Us bl Links  
1 3  
  4  
   
LISU  
   
LISU  
   
LISU  
   
LISU  
   
LISU  
   
LISU  
   
LISU  
   
LISU  
   
   
   
20px

...ชาวบ้านต่างตะโกนเรียกให้คนที่อยู่ใกล้ๆ ลำธารรีบออกมา ผมเข้าใจในความกลัว และความทรงจำอัปยศที่พวกเขาได้ประสพ  ไม่นานน้ำขุ่นข้นก็มาแทนที่ และใหลเชี่ยวแรง ซากกิ่งไม้ล้มมากมายเริ่มขยับตามแรงกระแทก ผมยืนรอช่างภาพอีกคน ที่ลงไปสำรวจความเสียหายด้านล่างด้วยความกังวล

"เสียงมันลั่นเหมือนเสียงฟ้าผ่า จากนั้นก็เป็นเสียงตูม ตูม โครมคราม ผสมเสียงไม้ล้มกระแทกกัน ดังสนั่นหวั่นไหว แผ่นดินสะเทือน เห็นต้นไม้ค่อยๆ ไหลลงมา พลังของมันยังสามารถพลิกต้นไม้ให้หมุนตลบ กระแทกหินดินเนินให้แหลกสลาย เป็นก้อนโคลนขนาดมหึมา ชาวบ้านแตกตื่นวิ่งหนีกันคนละทิศละทาง"

นั่นเป็นคำบอกเล่าของชาวบ้านกรุงชิงคนหนึ่ง ที่ยังมีความกลัวปรากฎให้เห็นบนสีหน้าและแววตา ตอนท้ายของบทสนทนา เขาได้เปรยกับผมว่า คงเป็นบาปกรรมที่ตัวเองได้กระทำไว้ จึงได้รับผลกระทบเช่นนี้ ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า ความกลัวที่คลุกเคล้าด้วยทะเลโคลน และเศษซากต้นไม้ ลอยเข้าไปกระแทกในหัวใจของพี่ชายคนนี้เข้าอย่างจัง

พี่สำราญ คือ อีกหนึ่งชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากวิบัติภัยธรรมชาติในครั้งนี้ หลังจากเห็นบ้านโดนกระแทกจนเสาพังเอียงไปข้างหนึ่ง จึงตัดสินใจพาครอบครัวลงมาจากเขา ภรรยาพร้อมลูกน้อยที่คลอดมาได้แค่ 4 เดือน ชื่อน้องข้าวฟ่าง กับลูกชายวัยแปดขวบ และลูกสาววัยประมาณ 12 ขวบอีกหนึ่งคน ลูกสาวคนโตไม่ได้อยู่บ้านไปทำงานอยู่ที่เกาะสมุย บ้านพี่สำราญอยู่บนเขาสูง ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องอุ้มลูกน้อยเดินเท้าลงมาร่วม 20 กิโลเมตร บนพื้นที่ลาดชันและชุ่มโคลน ลูกชายตัวน้อยคอยช่วยหอบกระเป๋าใบเล็กได้ พี่สำราญบอกว่า แกมีร่างกายที่แข็งแรงเพราะเป็นเด็กชายที่เกิดและโตบนเนินเขา ชาวบ้านยังสงสัยว่า แกสามารถพาลูกน้อยฝ่ากระแสโคลนมาได้อย่างไร พี่สำราญเป็นชาวสวน ปลูกทั้งกาแฟและพืชผักผลไม้อื่นๆ ก็ยังไม่สามารถสร้างความสุขสบายให้กับครอบครัวได้ จึงตัดสินใจมาปลูกยางพารา ลูกสาวคนโตต้องออกโรงเรียนมา เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ ช่วยทำสวน เลี้ยงน้อง จนวันหนึ่งสวนยางที่ปลูกไว้ก็ได้เก็บผลผลิต ผมเข้าใจในคำของแกที่บอกได้เป็นอย่างดีว่า เพิ่งได้ลืมตาอ้าปาก แต่วันนี้ทุกอย่างพังทลายด้วยดินแดงจากภูเขา ที่นิ่มละลายกลายเป็นก้อนโคลนมหึมา พรากความฝันและความหวังของแกไป น้องข้าวฟ่าง ลูกน้อยวัย 4 เดือนของแกเป็นสิ่งสวยงาม ท่ามกลางความชอกช้ำที่คละคลุ้งทั่วศูนย์อพยพแห่งบ้านนพพิตำ ณ เวลานี้

ป่าไม้ สายน้ำและภูเขา คือหนึ่งเรื่องราวความประทับใจในวัยเด็กของผมที่ยังคงแข็งแรงในจิตวิญญาณ ลำห้วย ลำธารใสที่เคยได้ดื่มกินในวัยเด็ก สวยงามไม่รู้ลืม พ่อแม่คือชาวบ้านที่เคยแบกขวาน แบกจอบเสียม แปรสภาพจากป่าไม้เป็นสวนยางพารา คำของพี่ชายในวัยเยาว์วันนั้นยังก้องอยู่ในหู การทำสวนยางพาราคือการปลูกป่าทดแทน ผมเข้าใจและเชื่อไปตามนั้น จนเติบโตมาและเข้าใจว่าคำของพี่ชายก็จำมาจากโรงเรียน ความเข้าใจซึ่งเป็นไปตามวัยที่เรายังเขลาด้วยกันทั้งคู่ บัดนี้ ความทรงจำบทใหม่เกี่ยวกับป่าและภูเขาได้ถูกบันทึกลงในหัว ยังไม่อาจสรุปว่ามันคือความโหดร้ายหรือความเมตตาต่อมวลมนุษย์

วินาทีที่ผมได้ขึ้นบินไปกับเฮลิคอปเตอร์ของทหาร มองลงมาพร้อมบันทึกภาพเบื้องล่าง ผมเห็นเทือกเขาช่างกว้างใหญ่ จนทำให้ชีวิตมนุษย์น้อยกลายเป็นเศษเสี้ยวของธรรมชาติ แต่ผลิตผลจากแรงกายของมนุษย์ที่กระทำลงไปต่อธรรมชาติ ก็ไม่สามารถปกปิดได้ สวนยางพาราและสวนปาล์มเรียงรายกระจายทั่วทั้งภูเขา ใบไม้ชูช่อเป็นแถวเป็นแนว กินพื้นที่ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างใหญ่ บ้างถูกไถไว้โล่งเตียน ปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์ไม่ได้ยำ่ยีธรรมชาติ ถึงแม้ปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่มีท่อนซุงเกลื่อนกลาด มีเพียงเศษซากต้นไม้ ลอยมาทั้งต้นทั้งราก ซึ่งแท้จริงมันสามารถบ่งบอกได้ว่า การแปรสภาพจากป่าใหญ่นั้นมีมาอย่างยาวนาน หน้าดินถูกเปิดให้บอบบางไร้สิ่งปกคลุม เมื่อสวนยางครบอายุก็ต้องถูกตัดขายเพื่อปลูกใหม่ หรือไม่ก็เปลี่ยนสภาพเป็นสวนปาล์ม ซึ่งมีระยะห่างเป็นแนว ไม่ได้สวยงามเหมือนการแทงยอดและแทงรากออกมาอย่างเสรีโดยตัวมันเอง ซึ่งจะช่วยครอบคลุมพื้นที่หน้าดินแทบทุกตารางเมตรได้ ผมเห็นเส้นทางของดินที่ถล่ม ลื่นไหล เป็นแนวร่องชัดเจนทั่่วภูเขา จากจุดเล็กบนยอดค่อยขยายกว้างใหญ่ที่ฐาน นั่นหมายความว่าชั้นดินที่ใหลค่อยสะสมปริมาณและกำลัง ฉุดกระชากทุกอย่างรวมเป็นก้อน ผสมกับน้ำหนักที่ไหลลงจากที่สูง นั่นคือพลังมหาศาลเกินกว่ามนุษย์จะต้านทานได้

 
1
 
ภูเขาแถบนี้มีความคล้ายคลึงกับแถบเขาที่ผมเคยอยู่อาศัย เคยถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่นานาพรรณ เป็นลักษณะป่าดิบชื้น ไม้ค่อนข้างใหญ่โตอุดมสมบูรณ์เพราะเป็นป่าที่อยู่ไม่ไกลจากแนวเส้นศูนย์สูตร ผมยังจำได้ ในยามที่ผมยังเด็ก แม่เก็บพืชพรรณจากป่ามาเป็นอาหาร เช่น หน่อไม้ และพวกผักใบต่าง ๆ มีเยอะแยะมากมายจนเหลือเก็บไปขายได้ซื้อเสื้อผ้าอาหารส่วนที่เรายังขาดแคลน ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็มีวิถีชีวิตคล้ายๆ กัน เมื่อถึงหน้าน้ำก็มีปลาชุกชุม ชีวิตมีความเป็นอยู่อย่างสุขสบายไม่อับจน จนถึงเวลาที่พืชเศรษฐกิจ อย่างยางพารา รุกคืบเข้ามา จนถึงเวลาไม้ใหญ่ต้องล้มครืน

ยางพาราเป็นพืชที่ต้องปลูกบนที่สูงตามเชิงเขา อากาศเย็นในตอนเช้ามืดช่วยให้น้ำยางออกดี การปลูกจะต้องปลูกเป็นแถวเป็นแนว ห่างกันประมาณต้นละ 2  ถึง 3 เมตร พื้นที่ต้องโล่งเตียนก่อนปลูก ซึ่งก็คือต้องตัดทั้งไม้เล็ก ไม้ใหญ่ แล้วจึงขุดหลุมฝังกล้ายาง ใส่ปุ๋ย ดูแลเป็นเวลา 7 ปี ถึงจะสามารถกรีดลำต้นเพื่อเอาน้ำยางออกมาได้ เวลาผ่านไปยางพารารุกคืบจนป่าไม้เดิมแทบไม่เหลือ ไม้ใหญ่บนภูเขาค่อย ๆ หายไป สายน้ำลำธารก็แห้งตาม ที่นพพิตำเองก็เช่นกัน ตามที่ผมได้ฟังความมาจากชาวบ้าน มีคนกล้าลงทุนเป็นสิบๆ ล้านเพื่อจะได้ครอบครองสวนยางพารา คุณค่าจากป่าใหญ่ที่ฝังรากมายาวนานล้มหายไป จนไม่สามารถทดแทนให้กลับคืนมาได้ในเวลาเพียง 7 ปี

ในฟากหนึ่งของพื้นที่ห่างไกลมาจากเชิงเขา นั่นคือชุมชนเมือง ผู้คนส่วนหนึ่งที่นิยมการค้าขายในสมัยชาวจีนอพยพมา เลือกที่จะตั้งรกรากทำมาหากินอยู่ริมแม่น้ำ ใช้เรือในการเดินทางและค้าขาย แม่น้ำจากภูเขาไหลมา ให้ทำการทำกสิกรรมพื้นราบทำได้อย่างสะดวกสบาย มีแม่น้ำสายเล็กสายใหญ่ไหลมาบรรจบ ชีวิตอยู่ได้แบบลงตัวพอดี จนชุมชนรุ่งเรืองพัฒนาใหญ่โต สะดวกสบายด้วยสาธารณูปโภคต่าง ๆ จนแทบไม่มีใครเคยคิดว่าอยู่ในที่ลุ่มนั้นมันจะมีภัยพิบัติใหญ่ตามมา

บนสะพานข้ามแม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี บัดนี้กลายเป็นที่พักพิงให้หลากหลายชีวิตได้อยู่อาศัยชั่วคราว เบียดเสียดด้วยผู้คนและทรัพย์สินที่ขนขึ้นรถกันมาได้บ้างบางส่วน ผ้าใบถูกกางอย่างระโยงระยางจนดูรกรุงรัง สายน้ำเบื้องล่างที่เคยสวยงาม กลับกลายเป็นมหานทีที่เชี่ยวกราด ระดับน้ำล้นตลิ่งขึ้นท่วมอาคารบ้านเรือน จนบ้านบางหลังจมมิดถึงหลังคา ผมได้เห็นคฤหาสน์หลังงามริมน้ำ รวมทั้งวัดวาอาราม และบ้านพักที่ซอมซ่อของแรงงานชาวประมง ก็ล้วนหลีกไม่พ้นกระแสน้ำ มันเป็นความยุติธรรมที่ธรรมชาติ ไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ แม้กระทั่งศิลปินอย่างคณะลิเกบุญชุบ ลิเกดังทางปักษ์ใต้ ก็ช่วยกันขนอุปกรณ์ขึ้นรถคันใหญ่พร้อมด้วยผู้ร่วมชะตากรรมอีกกว่า 30 ชีวิต ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวใหญ่อยู่บนสะพานเช่นกัน เมื่อเสร็จจากมื้ออาหารที่ประทังด้วยข้าวกล่องที่ได้รับบริจาคมา ทุกชีวิตก็ได้แต่นั่งเมียงมองสายน้ำ และพูดคุยปลอบใจ จนย่ำค่ำผ่านไป มีเพียงแสงไฟจากเทียนดวงน้อย ที่คอยให้ความสว่างท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมน เป็นเช่นนี้ผ่านมาเป็นเวลากว่าสี่ห้าวัน

ที่หมู่บ้านเชิงเขา สีน้ำขุ่นข้นยังไม่จางหายไปจากลำธาร พลังธรรมชาติที่เกรี้ยวกราดกระชากให้ลำธารกว้างใหญ่กว่าเดิมหลายเท่านัก มีความเสียหายให้เห็นเป็นบริเวณกว้าง กลิ่นของความกลัวและความเสียใจยังลอยอบอวลทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านที่ศูนย์อพยพบอกว่ายังคิดไม่ออกว่าวันข้างหน้าจะทำอย่างไรกับชีวิต รอเพียงเม็ดฝนสงบ ป่าเขาเลิกคำราม จะได้กลับไปสำรวจบ้านว่ามีความเสียหายเพียงใด

พี่สำราญยังไม่ได้พบกับลูกสาวคนโต ที่ยังติดลมพายุอยู่บนเกาะ ผมถามพี่สำราญว่าเขาเสียใจมั๊ย แกบอกว่าเสียใจมาก ร้องให้หลายครั้ง ชีวิตที่เพิ่งได้ลืมตาอ้าปากกลับถูกธรรมชาติฝังบาดแผลลึก คงต้องใช้ทั้งเวลาและชีวิตจิตใจที่เข้มแข็งช่วยรักษา ในส่วนของผู้ที่ลงทุนซื้อที่กับเงินมหาศาล ในวันนี้ทรัพย์สินที่ได้มาถูกโคลนพัดพาและทับถมจนแทบไม่เหลือมูลค่า คงต้องมีเวลาทบทวนถึงคำว่าพอเพียงและพอดี

สุดท้ายเราคงต้องตระหนักว่า เราเกิดมาเป็นลูกหลานแห่งป่าเขา เมื่อแม่ธรณีร่ำให้จึงต้องยอมรับในชะตากรรมร่วมกัน ความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติบอกให้รู้ว่า ที่ผ่านมาเราทำกับเขาอย่างไร เวลาที่เหลือ ชีวิตที่เหลือ และสิ่งที่ยังเหลือ คงต้องอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ สมดุล ไม่ลืมว่าเราเป็นแค่มนุษย์ตัวน้อย ที่คอยเก็บเกี่ยวผลิตผลจากธรรมชาติ โศกนาฏกรรมหลายๆ คราวที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ คงช่วยให้เราตระหนักว่า ถึงเวลาแล้วที่มนุษย์ผู้เลิศล้ำด้วยปัญญา ต้องหันมาเข้าใจกับธรรมชาติให้มากขึ้น ให้ความรัก ดูแล หวงแหน เปรียบประดุจเขาเป็นบรรพบุรุษที่ให้ชีวิตเรามา ความยั่งยืนของโลก ธรรมชาติ และชีวิต ก็จะดำเนินต่อไปอย่างสมดุล

ผมจากมาขณะที่น้ำตาและสายน้ำยังไม่สงบ บ้านเรือนและชีวิตของผู้คนยังต้องใช้เวลา รักษา ซ่อมแซม ได้ยินชาวบ้านหลายคน พูดถึงเวรกรรม ทำให้ผมได้ครุ่นคิดต่อไปอีกว่า บรรพบุรุษของเราคงเคยรุกรานบ้านของสัตว์ป่า วันนี้บ้านของเราจึงต้องประสบกับชะตากรรม จนทำให้ชาวบ้านได้สำนึก แต่ถึงกระนั้นยังมีผู้คนอีกมากมาย ที่ห่างไกลความเจ็บปวดในครั้งนี้ ใช้ชีวิตกับการตามหาความมั่งคั่งร่ำรวย อย่างไม่พอเพียง พร้อมๆ กัน ธรรมชาติก็ยังคงสำแดงต่อความเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย ให้มนุษย์ได้สลด โศรกเศร้า ระทมทุกข์ อีกเช่นกัน.
 
ปรีชา ศรีสุวรรณ
Shutter-j.com
 
 
 
 
     
   
     
 
 
     
 
 
Copyright © 2009 www.shutter-j.com   •   all rights reserved   •   e-mail : shutter-j@hotmail.com.
line